นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile

 

...

 > [ UNODC ] 

ภาพที่ 1: แผนที่เอเชียใต้ ตรงกลางเป็นอินเดีย(สีส้ม), ด้านตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเนปาล(สีเขียว), ภูฏาน(สีม่วงแดง); บังคลาเทศ(สีฟ้า)อยู่ค่อนไปทางตะวันออก; ทางใต้เป็นศรีลังกา(สีน้ำเงิน), มัลดีฟ(สีเขียว) > [ UNODC ]

เดิมปากีสถาน-อินเดีย-บังคลาเทศได้รับเอกราชพร้อมกันเป็นประเทศเดียว แยกประเทศเป็นอินเดีย-ปากีสถานรวมิตร(รวมบังคลาเทศด้วย)ก่อน เนื่องจากนับถือศาสนาต่างกัน คนอินเดียส่วนใหญ่ถือฮินดู คนปากีสถานรวมมิตรส่วนใหญ่ถืออิสลาม

...

ต่อมาปากีสถาน-บังคลาเทศแตกคอกัน เนื่องจากปากีสถานรวยกว่าบังคลาเทศแยะ แถมงบประมาณยังเทไปทางปากีสถาน เลยแยกเป็น 2 ประทศโดยอินเดียสนับสนุนฝ่ายบังคลาเทศ

นี่เป็น 1 ในหลายๆ เหตุที่ทำให้ปากีสถานไม่ค่อยถูกกับอินเดีย และพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์กันใหญ่ 

...

 [ flickr ]

ภาพที่ 2: ภาพตลาดในเมืองหลวง "ธากา (Dhaka)" > Thank [ flickr ] , [ Michael Foley ]

คนบังคลาเทศยากจนแต่ขยันทำมาหากิน นี่อาจเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของธนาคารคนยากที่ท่านอาจารย์โมฮัมมัด ยูนุส เจาะจงให้ผู้หญิงกู้คนละเล็กละน้อย และมีหนี้เสียต่ำมาก

...

ไทยมีพื้นที่ 513,115 ตาราง กม. ใหญ่กว่าบังคลาเทศ (144,000 ตารางกิโลเมตร) = 3.6 เท่า ประชากรบังคลาเทศ 150.4 ล้านคน มากกว่าไทย (63 ล้านคน) = 2.4 เท่า) [ Wiki ] , [ Wiki ]

ปัญหาประชากรบังคลาเทศตรงข้ามกับไทย คือ บังคลาเทศลูกดก คนไทยมีลูกน้อย แถมตายจากเอดส์และอุบัติเหตุ(เมาแล้วขับ)กันมากจนหลายๆ อำเภอมีประชากรติดลบต่อเนื่อง

...

 [ flickr ]

ภาพที่ 3: สามล้อสบายๆ สไตล์บังคลาเทศ > Thank [ flickr ] , [ themanwithsalthair ]

บังคลาเทศมีประชากรหนาแน่น และพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ใกล้ระดับน้ำทะเล ทำให้มีปัญหาน้ำท่วมอย่างกว้างขวางทุกปี

...

ชายฝั่งบริเวณใกล้พม่าของบังคลาเทศมีแก๊สธรรมชาติมาก และยังตกลงแบ่งปันเขตแดนกับพม่าไม่แล้วเสร็จ ถ้าแบ่งปันอาณาเขตทะเลกันได้... ต่อไปอาจจะเป็น 1 ในประเทศส่งออกแก๊สธรรมชาติได้ต่อไป

...

 [ flickr ]

ภาพที่ 4: คนที่นี่ใช้หัวเก่ง ขอให้ลองคิดดูว่า ถ้านำของทูนหัวแบบนี้ไม่เป็น จะขนไปอย่างไรจึงจะดี > Thank [ flickr ] , [ MichaelFoley ]

...................................................................................

สำนักข่าวอัล จาซีราตีพิมพ์เรื่อง 'Bangladesh toxic legacy' = "มรดกสารพิษของบังคลาเทศ (toxic = สารพิษ; legacy = มรดก)" ผูเขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า บังคลาเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปนเปื้อนสารพิษมากที่สุดในโลก

...

สารหนู (arsenic) ในบังคลาเทศเกิดขึ้นตามธรรมชาติ พบได้ทั่วไปในน้ำผิวดิน ท่านรูฮุล ฮัค (Ruhul Haq) รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า ประชากรมากกว่า 50% หรือมากกว่า 80 ล้านคนมีความเสี่ยง (ความน่าจะเป็น) ที่จะได้รับสารหนูมากเกิน

พิษจากสารหนูส่วนใหญ่เป็นแบบเรื้อรัง ค่อยๆ ทำให้เกิดผื่นผิวหนัง หลังจากนั้นอีกหลายปีจึงจะเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด โรคหัวใจ หรือไตวาย

...

ช่วงปี 1970s-1980s = พ.ศ. 2513-2532 ยูนิเซฟและองค์กรพัฒนาอื่นๆ ให้ทุนรัฐบาลบังคลาเทศขุดบ่อน้ำตื้นทั่วประเทศ ความสำเร็จตอนนั้น คือ โรคติดเชื้อที่มากับน้ำ โดยเฉพาะท้องเสียลดลงไปมาก

ทว่า... น้ำบาดาลที่นั่นมีระดับสารหนูสูงที่สุดในโลก หลายๆ พื้นที่ในพม่าก็พบสารหนูสูง แต่น้อยกว่าบังคลาเทศมาก (เมียนมาร์ไทม์ - ข่าวร้ายนิดหน่อย คือ ผู้เขียนเคยดื่มน้ำบ่อในพม่าหลายครั้ง ข่าวดีคือ ถ้าดื่มน้ำที่มีสารหนูต่ำนานๆ พิษจะน้อยลงไปได้เอง)  

...

กว่าจะมีการตรวจสอบน้ำบาดาลจริงๆ เวลาก็ผ่านไปถึงปี 1993 หรือ พ.ศ. 2530

อาจารย์ควอซิ กวมรัซซามัน (Quazi Quamruzzaman) แห่งโรงพยาบาลธากาคอมมูนิที (Dhaka Community Hospital = รพ.ชุมนธากา)กล่าวว่า

...