นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "โดดเดี่ยวในแดนต้องห้าม" โดยท่านอาจารย์ชุติมา ซุ้นเจริญ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง [ กรุงเทพธุรกิจ ]

ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ เรียนเสนอให้แวะไปชม "ภาพจากมืออาชีพ" ได้ที่เว็บไซต์ "กรุงเทพธุรกิจ" ขอให้ช่วยกันเชียร์สื่อมวลชนไทยดีๆ ที่นำเสนอเรื่องราวดีๆ สู่สังคมไทยครับ [ กรุงเทพธุรกิจ ]

...

[ ข้อความคัดลอก ] > [ กรุงเทพธุรกิจ ]

พม่าและลาวเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับไทยมากที่สุดในอาเซียน พวกเราควรศึกษาเรื่องพม่าอย่างรอบคอบ รู้เขารู้เรา และรักษามิตรภาพกับเพื่อนบ้านที่ดีไว้ให้ได้

ประเทศอื่นปากหวานกับไทย แต่ไม่ค่อยช่วยอะไรไทย ไม่จริงใจเท่าลาวกับพม่า ตรงนี้ควรพิจารณาไว้เสมอ

...

[ ข้อความคัดลอก ] > [ กรุงเทพธุรกิจ ]

การเดินทางซอกแซกถึงเขตหวงห้ามในรัฐฉาน อันตรายยิ่ง แต่สำหรับ Xavier Comas ช่างภาพชาวสเปน สองสัปดาห์คือ ความท้าทายที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าแท้

เช่นเดียวกับคนทำงานทั่วไป ชีวิตในแต่ละวันของ Xavier Comas เริ่มต้นในห้องสี่เหลี่ยม ถูกตรึงไว้นานนับชั่วโมงด้วยจอสี่เหลี่ยม และจบวันอันอ่อนล้าในเหลี่ยมมุมของความเป็นเมืองใหญ่ 

... 

หลังจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในปีพ.ศ.2538 เขาทำงานด้านการออกแบบกราฟฟิค ถ่ายภาพ วาดภาพประกอบ จนมีสตูดิโอของตัวเองชื่อ Opalworks

แต่นั่นยังไม่ใช่คำตอบของชีวิต บางเสียงในใจเรียกร้องให้เขาออกไปเผชิญโลกกว้าง ปีพ.ศ. 2545 เขาพาตัวเองจากสถานที่ที่คุ้นเคยมายังเอเชีย-แปซิฟิก โดยเลือกเดินทางไปยังเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญและอ่อนเดียงสาต่อการท่องเที่ยว

...

การตัดสินใจครั้งนั้นเริ่มต้นด้วยเงินเก็บจำนวนหนึ่ง กับกล้องฟิล์มอีกหนึ่งตัว ที่เหลือคือหัวใจของนักผจญภัย 

เขาเดินทางไปมาแล้วหลายแห่ง ทั้งหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา พม่า ลาว และไทย

... 

แต่เมืองที่ทำให้แววตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทุกครั้งเวลาที่พูดถึง คือดินแดนที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ทว่ากลับห่างไกลจากการรับรู้ของคนทั่วไป

“ใครๆ ก็ไปรัฐฉานได้ แต่ที่ผมไปคือเขตที่นักท่องเที่ยวห้ามเข้า”

...

เขาเริ่มต้นเล่าถึงแรงบันดาลใจที่พาสองเท้าก้าวข้ามพรมแดนจากท่าขี้เหล็ก จังหวัดเชียงราย ไปยังไปรัฐฉาน ก่อนจะหลงทางเข้าไปในเขตหวงห้ามของรัฐบาลทหารพม่า จนได้ชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติคนแรกในรอบ 30 ปีที่ได้เข้าไปในเขตหวงห้ามนี้

“หลังจากที่ผมไปมาเลเซียแล้วได้รับบาดเจ็บก็เลยมาพักผ่อนที่เกาะสมุย แล้วได้ไปเจอกับสามีภรรยาชาวเยอรมันคู่หนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากพม่า

... 

เขาโชว์แผนที่ให้ดูว่าไปที่นั่นที่นี่มา ซึ่งมันน่าสนใจมาก เพราะตอนนั้นผมเริ่มเบื่อสมุยแล้ว เบื่อชายหาด เบื่อปาร์ตี้ เบื่อทุกอย่าง ก็เลยคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น ผมอยากไปที่นั่น”

จากเชียงตุงถึงรัฐฉาน ในเส้นทางที่เปิดให้ท่องเที่ยว ชีพจรของนักเดินทางยังเต้นในจังหวะที่ควรจะเป็น 

...

“ผมรู้สึกว่า ชีวิตที่นี่เรียบง่าย ทุกอย่างผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ที่แตกต่างจากประเทศอื่น อย่างกัมพูชาก็คือ ที่นั่นจะขาดแคลนเรื่องอาหาร แต่สำหรับรัฐฉาน อาหารมีอุดมสมบูรณ์ ปัญหาคือเรื่องโรคภัยต่างๆ เอชไอวี มาลาเลีย”

แม้ว่าวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองหลักของรัฐฉานที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเตร็ดเตร่ได้โดยสะดวกจะมีเสน่ห์ไม่น้อยสำหรับช่างภาพหนุ่มที่มาจากคนละซีกโลก

... 

แต่เขาก็ยังแอบหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นวิถีแบบดั้งเดิมของคนพื้นเมืองที่มีอยู่หลากหลายเผ่าพันธุ์ ดังนั้นแม้จะมีคำเตือนว่าไม่ให้ออกนอกเส้นทางที่กำหนด

แต่เขาก็พาตัวเองไปจนถึง Mong La เมืองหลวงของเขตแดนพิเศษ 4 ใกล้ชายแดนจีน ซึ่งเป็นอาณาเขตภายใต้การดูแลของทหาร The National Democratic Alliance Army (NDAA)

...

“ที่ Mong La ผมไปเจอคนขับปิ๊กอัพก็เลยขอนั่งรถไปกับเขาเข้าไปในป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง จริงๆ แล้วเป็นการละเมิดกฎหมาย แต่มันก็ทำให้ผมได้พบกับชาวบ้านซึ่งเป็นชนเผ่า ผมประทับใจมากๆ”

เขาเล่าว่า ทันทีที่ไปถึงหมู่บ้าน คนส่วนใหญ่ไม่เคยเจอนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวตะวันตก บางคนก็ไปแอบอยู่ในบ้าน เด็กๆ ร้องไห้กระจองอแง หมาเห่ากันใหญ่ โชคดีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาคอยดูแล และให้ที่พัก ทั้งที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้

...

“ก่อนไปพม่า มีคนสอนผมสามคำคือ กินข้าว หิวน้ำ นอน นอกนั้นเวลาจะคุยกันก็ต้องใช้ทั้งภาษามือ ภาษากาย แล้วก็วาดรูป”

เขาบอกถึงเทคนิคการเอาตัวรอดซึ่งนอกจากจะต้องใช้ความจริงใจแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเคารพต่อสถานที่ เคารพต่อผู้คนซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน 

...

“ผมรู้สึกว่าการอยู่ในป่าเหมือนอยู่ในบ้านของคนเหล่านั้น การจะไปตัดไปแตะต้องหรือไปตะโกน มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ฉะนั้นผมจึงพยายามไม่แตะต้องอะไร”

แต่ไม่ใช่แค่อุปสรรคเรื่องภาษา ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ใช้ประปาภูเขา ส่วนร้านสะดวกซื้อไม่ต้องพูดถึง การใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่สะดวกแต่ก็มีความสุข

... 

สำหรับเขาการใช้กล้องแมนนวลกับฟิล์มทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ยิ่งได้ลิ้มลองอาหารแบบพื้นๆ ของชาวบ้าน เขาบอกเป็นภาษาไทยว่า "อร่อยมาก" (ลากเสียงยาว)

การได้ใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่ห่างไกลจากโลกของนักกราฟฟิคดีไซน์อย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนจะทำให้ชีพจรของนักเดินทางเต้นในจังหวะที่เร้าใจขึ้น

... 

แต่การเดินทางโดยไม่มีทั้งแผนที่และภาษาที่สามารถสื่อสารกันได้ ทำให้เขาหลงทางอยู่นาน  

“ผมหลงทาง มีแต่ท้องฟ้ากับป่า ผมถามตัวเองว่าผมอยู่ที่ไหน ผมเป็นใคร แต่ผมรู้สึกได้ถึงเสรีภาพ มันทำให้รู้สึกเป็นอิสระอย่างแท้จริง”

...

ที่เมืองนี้เขาบันทึกภาพผู้คน สถานที่ อันเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวการเดินทางที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส

ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงที่ช่วยดูแลเขา เด็กๆ หรือพระสงฆ์ที่เขาบังเอิญไปพบ ทั้งหมดคือความทรงจำอันมีค่า ทว่า..การเดินทางยังไม่สิ้นสุด

...

-2-

เขาแอบไปกับรสบัสโดยสารของคนพื้นเมืองเพื่อเดินทางต่อไปยัง Mong Yang เขตแดนพิเศษ 2

...

“จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อนุญาตให้ชาวต่างชาติไป แต่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาช่วยซื้อตั๋วให้ แล้วผมก็ซ่อนตัวอยู่หลังรถ ทำเป็นนอนหลับอยู่เบาะหลังเอาผ้าคลุมหัวไว้

ตอนผ่านด่านตรวจที่จะเข้าไปในเขตหวงห