นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile


.
"ไทยโพสต์" ตีพิมพ์เรื่อง "เด็กไทยขาดวิตามินดีสูง เสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 1"
, ขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
สถาบันวิจัยโภชนาการ ได้ทำโครงการสำรวจภาวะโภชนาการและพัฒนาการของเด็กไทย อายุ 6 เดือน-12 ปี จำนวน 3,100 คน สุ่มจากทุกภาค คือ กรุงเทพฯ ลพบุรี เชียงใหม่ พังงา ศรีสะเกษ และกาฬสินธุ์ ในช่วงเดือนมกราคา 2554-กรกฎาคม 2555
.
การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจสุขภาพเด็กในภูมิภาคอาเซียน (The South East Asia Nutrition Study / SEANUTS) 4 ประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทย
.
มีการ "ชั่ง-ตวง-วัด" ร่างกาย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบแขน ฯลฯ และเจาะเลือดตรวจแบบไฮเทค

ความจริงไม่ได้ "ตวง" ... สำนวนพาไป, เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ "เหลวไหล" แม้ร่างกายเด็กส่วนใหญ่จะมีน้ำ 55-75% และอีกส่วนหนึ่งเป็นน้ำมัน (ไขมัน)
.
ภาพรวมของมาเลเซียและไทย คือ ขาดสารอาหารกลุ่มให้กำลังงาน (ข้าว-แป้ง-น้ำตาล, น้ำมัน,โปรตีน เช่น ถั่ว เนื้อ ไข่ นม งา โปรตีนเกษตร เต้าหู้ ฯลฯ) ลดลง ไม่ถึง 10%
.
ทว่า... พบน้ำหนักเกิน-โรคอ้วนมากขึ้นเป็น 19%
.
เด็กไทยกลับขาดสารอาหารหลายอย่าง โดยเฉพาะธาตุเหล็ก (มีมากในเลือดไก่-เลือดหมูต้ม ตับ ฯลฯ) ทำให้เป็นโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ขาดแคลเซียม ขาดวิตามิน A-C-D มากขึ้น
.

.
เด็กกรุงเทพฯ ขาดสารอาหาร 9%, ต่างจังหวัด 18%
.
เด็กไทยขาดวิตามิน D = 1/3 (เพิ่มขึ้นจาก 10 ปีก่อนมากถึง 40%)
.
จุดอ่อนของเด็กไทย คือ ขาดโอกาสรับแสงแดดอ่อน ตอนเช้า-เย็น โดยเด็กกรุงเทพฯ เป็นโรค "ขาดแสงแดด" ทำให้ขาดวิตามิน D มากกว่าเด็กต่างจังหวัด
.

.
วิตามิน D มาจากแสงแดดมากกว่าอาหาร... ภาวะขาดวิตามิน D เพิ่มเสี่ยงโรคมากมาย เช่น
.
(1). ทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง + กระดูกแข็งแรงน้อยลง
.
เพิ่มเสี่ยงโรคกระดูกอ่อน กระดูกโปร่งบาง กระดูกพรุน หลังค่อม ตัวเตี้ยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นจากกระดูกสันหลังยุบตัว หกล้มแล้วกระดูกหักง่าย
.
ทุกวันนี้คนสูงอายุไทยพบกระดูกหักเวลาหกล้มสูง, ส่วนเด็กไทยที่เป็นโรคขาดแสงแดดอ่อน แถมยังชอบซิ่งแบบ "ขับเร็ว-ง่วงแล้วขับ-เมาแล้วขับ" ก็กระดูกหักง่าย บอบบาง ไม่ทนต่อแรงกระแทก
.
(2). ภูมิต้านทานโรคต่ำลง + ป่วยง่าย ป่วยบ่อยขึ้น
.
อ.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหารและโภชนาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า
.
จากการสำรวจ 4 ประเทศ พบว่า สุขภาพเด็กมาเลเซีย-เวียดนาม เหนือกว่าไทย-อินโดนีเซียตามลำดับ และกล่าวถึงแนวโน้มว่า อีกไม่นาน... สุขภาพเด็กพม่าจะก้าวไปไกล และเหนือกว่าไทย
.

.
ถ้าพูดถึงพม่าแล้ว... เด็กพม่าส่วนใหญ่น่าจะมีโอกาสได้รับวิตามิน D มากกว่าเด็กไทย เนื่องจาก
.
(1). เด็กพม่านิยมเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียน ช่วยเพิ่มระยะเวลาในการเปิดรับพลังชีวิตจากแสงแดดอ่อน พื้นที่ผิวในการรับแสงแดด
.
แถมยังนิยมนุ่งโสร่ง-ผ้าถุง ใส่รองเท้าแตะ และถอดรองเท้าเมื่อเข้าวัด ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการรับแสงแดดอีกต่างหาก
.
(2). เด็กพม่านิยมกินอาหารทะเลสูตรเข้มข้น ("งาปิ๊" หรือกะปิทำจากปลา) คลุกกับข้าว มีผัก-ปลาร้าพม่า เป็น "งาปิ๊" แบบน้ำอีกหน่อย... ไม่นานก็ปั่นจักรยานไกลๆ ไปโรงเรียนได้แล้ว
.
ชาวพม่าส่วนใหญ่ชอบคนแบบ "คิดเร็ว-กินเร็ว-ทำเร็ว"... คำขวัญประจำชาติอย่างหนึ่ง คือ "เมี่ยน เมี่ยน" = "เร็วๆ"
.
"งาปิ๊" ช่วยเพิ่มโอเมกา-3 ทำให้สมองดี-ตาดี (เด็กพม่าที่ไม่ขาดอาหาร และมีโอกาสเข้าเรียน ส่วนใหญ่จะเรียนเก่ง), มีแคลเซียมสูง, และมีวิตามิน D สูงด้วย
.
ฝรั่งทำน้ำมันเคย (krill oil; คริว ) เป็นอาหารเสริมแบบแพงมาก แต่คนไทยกลับละเลย ทอดทิ้ง ไม่ใยดีกับ "กะปิ" (พบมากในแกงส้ม)... แบบภูมิปัญญาไทย (ชาวพม่าหลายท่านชมว่า หอมกว่างาปิ๊เสียอีก [ ตัวเคย - คริว ]; [ คริว - ตัวเคย ]
  • [ krill ] > [ คริ่ว ]http://www.thefreedictionary.com/krill > noun = สัตว์คล้ายกุ้งจิ๋ว-ตัวเคย พบมากในเขตน้ำเย็นจัด ใกล้ขั้วโลกเหนือ-ใต้

.
การศึกษานี้บอกใบ้เราว่า ช้าๆ เฉยๆ ต่อไปไม่ได้, ต้องรีบแก้ปัญหานี้แบบ "เมี่ยน เมี่ยน (เร็วๆ)" ให้ได้
.


> [ Twitter ]

  • ขอขอบพระคุณ > http://www.thaipost.net/news/231112/65571http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/news/31727
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 30 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
 
ทางวิทยาศาสตร์คงจะถือว่า คนเรา "เหลว" เป็นส่วนใหญ่ คือ ร่างกายส่วนใหญ่เป็นน้ำ ประมาณ 60-70% ในผู้ใหญ่ ---- อีก 10-25% เป็นน้ำมัน --- ที่เหลือเป็นเนื้อบ้าง เป็นเถ้า เช่น แคลเซียม บ้าง ---- /// คนที่มีชีวิต... ทางวิทยาศาสตร์ ถือว่า ส่วนใหญ่ "เหลว" หรือ "เละ" --- เพราะมีน้ำกับน้ำมันเป็นสำคัญ ---- /// เพียงแต่ยังไม่ไหลไปไหน เพราะมีเยื่อ มีใยกำกับ (เช่น เยื่อหุ้มเซลล์) sad smile
ทีนี้ถ้ามองทางวิทยาศาสตร์หน่อย... /// ร่างกายคนเรามีน้ำประมาณ 65-85% - น้ำมากหน่อยตอนแรกเกิด ลดลงตามอายุ --- หลังจากนั้นไขมันจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ---- //// ทำให้สัดส่วนน้ำลดลงตามอายุ ---- ลดลงถ้าคนนั้นมีเนื้อ (กล้ามเนื้อ) น้อย ---- ลดลงถ้าเป็นผู้หญิง //// ส่วนที่ลดลงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไขมันมากขึ้นแทนน้ำ ////
ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านครับ... จริงๆ แล้วถ้ามองทางโลก ถือว่า เด็กไทยไม่เหลวไหล ---- เพราะชั่งได้ วัดได้ ตวง(แบบน้ำ น้ำมัน ฯลฯ)ไม่ได้ ---- คือ ไม่เหลว หรือเละทางกาย...
เด็กไทยไม่เหลวใหล
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-11-30 07:26

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile