นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile

ภาพ: ใบปลิวรณรงค์หลักประกันสุขภาพในสหรัฐอเมริกา ปี 1911/2454

เน้นช่วยรักษาพยาบาลคนทำงาน (ประกันสังคม) [ wikipedia ]

.....

ภาพ: ตลาดประกันชีวิต อาเซียน-เอเชีย ปี 2015/2558

Asian Nikkei Review รายงานว่า

คนไทยซื้อประกันชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน

ตลาดประกันชีวิตในไทย-จีนโตเร็วมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย

(กราฟนี้ลดขนาดตลาดประเทศมหาอำนาจ 

เพื่อให้สรุปได้ในภาพเดียวกัน)

 

ต้นฉบับไม่รวมข้อมูลจากสิงคโปร์

ดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่า

ปี 2005-2010/2548-2553 

คนสิงคโปร์-มาเลเซีย ซื้อประกันฯ รวมมากกว่าไทย

.....

ภาพ: ตลาดประกันชีวิต อาเซียน-เอเชีย ปี 2015/2558

คนอาเชียซื้อประกันชีวิตรวมกัน มากกว่าประกันภัย

คนสหรัฐฯ ซื้อประกันภัยรวมกัน มากกว่าประกันชีวิต

(กราฟนี้ลดขนาดตลาดประเทศมหาอำนาจ 

เพื่อให้สรุปได้ในภาพเดียวกัน)

.....

ภาพ: ประเทศ-เมือง ที่มีคนซื้อประกันชีวิตมากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 2010/2553

น่าจะเป็น ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ [ Economist ][ Economist ]

 

ลักษณะสำคัญของ ประเทศ-เมือง เหล้านี้ได้แก่

  • สัดส่วนคนรวย-ฐานะปานกลางสูง คนจนต่ำ
  • สัดส่วนคนอยู่ในเมืองสูง คนอยู่นอกเมืองต่ำ

.....

ประกันชีวิตเป็น 1 ในทางเลือกเพื่ออะไรหลายอย่าง เช่น

  • ค่ารักษาพยาบาล
  • รายได้หลักเกษียณ
  • ลดเสี่ยงจากการขาดรายได้ เมื่อป่วย-เสียชีวิต

 

นิคเคะ เอเชียนรีวิว

ตีพิมพ์เรื่อง "ประกันชีวิตขาขึ้นในอาเซียน" ว่า

ตลาดประกันชีวิตในเอเชียโตขึ้นเร็วจากอะไร

.....

(1).. ขนาดครอบครัวเล็กลง

คนโสดมากขึ้น

โอกาสในการพึ่งพาอาศัยเครือญาติได้ มีน้อยลง

.....

(2). การอพยพเข้าเขตเมือง

จากปี 2010-2015/2553-2558

ตลาดประกันชีวิตมีแนวโน้ม

โตตามการอพยพเข้าเมือง เช่น

  • คนในเมือง อินโดนีเซียเพิ่ม 15% > ประกันชีวิตโต = 32%
  • คนในเมือง ไทยเพิ่ม = 16% > ประกันชีวิตโต = 66%

 

ครอบครัวในเขตเมืองมีขนาดเล็ก

พึ่งพาอาศัยญาติได้น้อยกว่าครอบครัวนอกเขตเมือง

ทำให้คนในเมืองรู้สึกว่า

ประกันชีวิตเป็นเรื่องจำเป็น

.....

(3). การล้มละลายของธนาคาร-บริษัทหลักทรัพย์

ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกปี 1997/2541 

ทำให้คนทั่วไปไว้ใจธนาคารน้อยลง

 

(4). ดอกเบี้ยที่ต่ำ

ทำให้ประกันชีวิตเป็น 1 ในทางเลือก

เพื่อการออม หรือลงทุนระยะยาว

เช่น เพื่อให้มีรายได้หลังเกษียณ

.....

.....

ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกัมพูชา

= 4,153 บาท/คืน (120 USD)

= 3/4 ของค่าแรงขั้นต่ำทั้งเดือนในปี 2557 (160 USD)

 

โรงพยาบาลรัฐบาลในกัมพูชา

ให้การรักษาฟรีสำหรับคนจน

ทว่า... ฟรีเป็นบางโรค

และยาบางรายการ 

.....

ถ้าไม่จน ก็ต้องจ่ายค่านอน

= 346 บาท/คืน (10 USD)

 

ญาติคุณสารัตในพนมเปญขี่มอเตอร์ไซค์

ถูกรถตุ๊กตุ๊กชน

.....

ค่ารักษาใน รพ.รัฐ 3 สัปดาห์

= 69,220 บาท (2,000 USD)

 

เรื่องค่ารักษาในกัมพูชา

บอกเป็นนัยว่า

ถ้ามีประกันไว้บ้าง น่าจะดีทีเดียว

.....

ดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่า

กลุ่มประเทศ-เมือง ที่มีสัดส่วน

คนซื้อประกันชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 

เป็น ประเทศ-เมืองคนรวย

ที่อยู่ในเอเชียตะวันออก เช่น 

ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น

..... 

การใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ เช่น 

ไม่เป็นหนี้เกินตัว

ไม่ค้ำประกันหนี้คนอื่น

 

ใส่ใจสุขภาพ 

และมีประกันอะไรๆ ไว้บ้าง น่าจะดี

.....

ถ้าท่านไปต่างประเทศ

การทำประกันสุขภาพก่อนเดินทาง

น่าจะช่วยป้องกันโรคทรัพย์จาง

จากค่ารักษาพยาบาลได้มากทีเดียว

 

ประกันชีวิต ประกันภัย

น่าจะมีส่วนช่วยกระจายความเสี่ยง

และลดความเสีึยหายได้ในระดับหนึ่ง

......

ประกันแบบออมทรัพย์

ให้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยธนาคาร

 

การซื้อประกันอย่างพอดี (ไม่มากเกินตัว)

ช่วยลดภาษีเงินได้

และเป็นหลักประกันรายได้หลังเกษียณที่ดีทีเดียว

.....

เหตุผลที่ไม่น่าซื้อประกันก็มี เช่น 

ถ้ามีหนี้... ควรเน้นใช้หนี้ไปด้วย

ประกันชีวิตไปด้วย

 

หรือ ถ้ามีอายุมาก

เบี้ยประกันชีวิตจะสูง

 

หรือถ้าป่วยหนัก หรือ ป่วยมาก...

อาจไม่มีบริษัทไหนรับประกัน

.....

การซื้อประกันชีวิตอย่างเดียวไม่พอ

ต้องขอใส่ใจสุขภาพ เช่น

 

ไม่สูบบุหรี่

ระวังน้ำหนักไม่ให้เกิน

ออกแรง-ออกกำลังให้บ่อย

และไม่นั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง/ครั้ง (ยืนเดินสลับได้)

จึงจะคุ้มทุนจริงในระยะยาว

 

ถึงตรงนี้...​ ขอให้ทุกๆ ท่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.....

From > http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Policy-Politics/Insurance-promises-Asia-much-more-than-peace-of-mind?utm_source=taboola&utm_medium=huffingtonpost-homepage&utm_term=526323

From > http://www.economist.com/node/731651

From > http://www.economist.com/news/finance-and-economics/21565213-western-firms-face-increasing-competition-build-regional-empires-tantalising 

Picture > By Liberal Publication Department - Liberal Publication Department, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=7112054; https://en.wikipedia.org/wiki/Insurance#/media/File:National-insurance-act-1911.jpg

From > https://en.wikipedia.org/wiki/Insurance

ขอขอบคุณ และขออภัยทุกๆ ท่าน

หากเรื่อง หรือบทความดูจริงจังเกินไป

หรือ ทำให้ท่านไม่สดชื่นเท่าที่ควร ครับ...

การซื้อประกันชีวิต มีส่วนช่วยกระจายความเสี่ยง

เมื่อเราเดือดร้อน

เช่น เจ็บป่วยหนัก อุบัติเหตุ

เสียชีวิต (ให้ญาติรับไป...)

 

การที่คนไทยซื้อประกันชีวิตค่อนไปทางมาก

น่าจะบ่งบอกถึงอนาคตที่น่าจะดีของประเทศไทย

อย่างน้อยก็บอกเป็นนัยว่า

คนไทยที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป มีแนวโน้มจะเป็น "คนรอบคอบ" มากกว่าที่คิด

 

ถ้าท่านคิดจะซื้อประกันแบบประหยัดหน่อย

ซื้อจากธนาคารออมสิน +/- กรุงไทย 

มีแนวโน้มจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่า

และมั่นคงมากกว่า ซื้อจากบริษัททั่วๆ ไป

 

ประกันก็คล้ายการลงทุนอื่นๆ คือ

กระจายเสี่ยงไว้บ้าง น่าจะดี

 

ซื้อจาก 2 แห่ง มีแนวโน้มจะปลอดภัยกว่า

ซื้อจากบริษัทประกันเจ้าเดียว

(ยกเว้น ออมสิน ซึ่งรัฐบาลเป็นประกัน)

ต้องขออภัย คุณ venusnight และทุกๆ ท่านด้วย

ที่กลายเป็นเรื่อง "อ่านแล้วเศร้า"...

 

อย่าเพิ่งตกใจครับ...

ในไทย... ประกันชีวิต 10 ปีขึ้นไป

ช่วยลดภาษีเงินได้ 

ทั้งรูปแบบประกันออมทรัพย์ และ ประกันเกษียณ(บำนาญ)

 

อ่านแล้วเศร้าค่ะ cry

#3 By venusnight on 2017-04-20 09:09

(3). ถ้ามียอดเงินซื้อประกันสูง

อาจซื้อไปหลายๆ แห่ง

กระจายความเสี่ยง

เผื่อบริษัทไหนล้มละลาย

จะได้มีบริษัทอื่นเหลืออยู่

 

(4). เรียนเสนอให้เปรียบเทียบหลายๆ บริษัทก่อนซื้อ

การซื้อประกันผ่านนายหน้า หรือตัวแทน

อาจทำให้ตัวแทนได้ค่านายหน้าไป 40% ของเบี้ยปีแรก

ทำให้ผลตอบแทนกลับมาน้อย

 

(5). การซื้อประกัน ผ่านธนาคารออมสิน +/- กรุงไทย

อาจมีข้อดีที่รัฐบาลถือหุ้นธนาคาร หรือบริษัทส่วนหนึ่ง

รายได้จะกลับเข้าประเทศมากหน่อย

 

และ ธนาคารออมสินก็มีความมั่นคงสุดๆ

แบบว่า "ฝากเร็วมาก(เฉลี่ยน้อยกว่า 15 วินาที) - ถอนช้ามาก (เฉลี่ยเกิน 10 นาที)"

เหนียวมาก ทำให้ โอกาสเจ๊งต่ำมากเช่นกัน...

เหตุผลอื่นๆ ที่ไม่น่าซื้อประกันบางบริษัท คือ

(1). บริษัทนั้น รบกวนเรามาก 

โทรศัพท์เข้ามาเป็นประจำ

(2). บริษัทนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือ

เพราะ ถ้าบริษัทนั้นล้มละลาย หรือขาดทุน

โอกาสได้ผลตอบแทนจะตกลงไปมาก

หรือไม่ได้เลย

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ View my profile